รวมภาพบรรยากาศฉลองสมรส

รวมภาพบรรยากาศฉลองสมรส บอย-เจี๊ยบ คนบันเทิงร่วมยินดีแน่น

รวมภาพบรรยากาศฉลองสมรส และแล้วก็สมกับการรอคอยที่หลายๆ คนลุ้นมานานให้แต่งงานกันซะที สำหรับคู่รักมาราธอน บอย อนุวัฒน์

รวมภาพบรรยากาศฉลองสมรส ซึ่งหลังจากที่จบพิธีช่วงแรกไป ในส่วนของงานงานฉลองนั้นช่วงพิธีก็มีท่านศาสนาจารย์ วาระ มีชูธน ผู้ดำเนินพิธีมงคลสมรสตามศาสนาคริสต์ นิกายโปรแตสแตนท์ พร้อมจุดเทียนเอก และมี คุณเปิ้ล-ณัฐบูร ไตรณัฐี คุณจ๋า-ยศสินี ณ นคร เป็นผู้จุดเทียนประดับเวที และ คุณนก-จริยา แอนโฟเน่

รวมภาพบรรยากาศฉลองสมรส

ทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาว โดยมีเหล่าบรรดาเพื่อนพ้องพี่น้องในวงการเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่กันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านนักแสดงอย่างเช่น แอน ทองประสม

เชอรี่ เข็มอัปสร เดียน่า ฟลีโป จ๊ะจ๋า พริมรตา พิ้งกี้ สาวิกา ป๋อ ณัฐวุฒิ รวมไปถึงนักร้องนักดนตรีไม่ว่าจะเป็น หนึ่ง จักรวาล ที่มาพร้อมภรรยา-ลูกสาว และก็ยังมีคู่ดูโอ โบ-จอยซ์ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ควงมากับสาว ไบร์ท พิชญทัฬห์ และอีกมากมายที่มากันแน่นเลยค่าคู้นนน ส่วนบรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความรักความชื่นมื่นขนาดไหนไปชมกันเลยจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://gossipstar.mthai.com…

กวาง เอบีนอร์มอล 

กวาง เอบีนอร์มอล ขอบคุณ น้ำหวาน เปลี่ยนคนที่ไม่เชื่อเรื่องแต่งงาน ให้เชื่อในรัก

กวาง เอบีนอร์มอล ได้รับเสียงยินดีจากเพื่อนพ้องในวงการและแฟนๆ ไปอย่างล้นหลาม สำหรับคู่รักสายฟ้าแลบ กวาง กับ น้ำหวาน ซาซ่า

กวาง เอบีนอร์มอล ที่เพิ่งจะคุกเข่าขอแต่งงานภายใต้บรรยากาศสุดอบอุ่น หลังจากที่ออกมาเปิดตัวคบหาดูใจกันได้เพียงแค่ 3 เดือน

โดยงานนี้ น้ำหวาน ซาซ่า และ กวาง ได้ควงคู่กันออกมาเผยว่า สาเหตุที่ตัดสินใจที่อยากจะเริ่มต้นชีวิตคู่ ก็เป็นเพราะไม่อยากเสียเวลารออะไรอีก พร้อมทั้งขอบคุณฝ่ายหญิงที่ทำให้คนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องการแต่งงานได้มีวันนี้

ถามถึงโมเมนต์ วันคุกเข่าขอแต่งงาน ?
กวาง : “กวางวางแผนเซอร์ไพรส์เขา ซึ่งเขาไม่รู้เรื่อง ไปร้านอาหารของเพื่อน แล้วก็ให้เวดดิ้งแพลนเนอร์ที่เราเลือกให้เขาช่วยเตรียมนู่นนี่ พอเขาขึ้นไปถึงชั้น 2 ก็หน้าเหวอ เพราะเขาไม่ค่อยเจอเพื่อนกวาง และเพื่อนเขาครบทุกคน แล้วก็จุดพลุ ซึ่งใช้เวลาเตรียมงานประมาณต้นปี”

วินาทีนั้นเรารู้สึกยังไงบ้าง ?
น้ำหวาน : “วันนั้นหวานไปทำงานมาก่อน ตั้งแต่ตอนเช้า เขาก็บอกว่าใส่เสื้อตัวนี้ออกมาสิ ซึ่งเป็นเสื้อที่เขาส่งมาให้ ก็ถามเขาว่าใส่กับอะไรดี เขาก็บอกว่าใส่กับอะไรก็ใส่มาเถอะเดี๋ยวเราถ่ายแค่ครึ่งบน ไปทำงานก็ไม่ได้เอะใจอะไร พอขึ้นไปก็เห็นว่าคนเยอะเลย”

อะไรทำให้เราตอบตกลง ?
น้ำหวาน : “วันนั้นพูดอะไรยังไม่ได้ยินเลยค่ะ (ยิ้ม) คือเขาเป็นคนดีนะคะ และเราก็ประทับใจในตัวเขา”

มีการเกริ่นเรื่องแต่งงานไหม ?
กวาง : “มีการคุยกัน แต่ไม่ถึงขนาดว่าเราต้องแต่งงาน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกันคือ เราจะใช้ชีวิตด้วยกันในอนาคต เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยกัน และใกล้เคียงกับการคุยเรื่องการแต่งงาน แต่ยังไม่เคยคุยถึงขนาดว่า แต่งงานกันนะ”

อะไรทำให้เรามั่นใจว่าคนนี้แหละ เพราะระยะเวลาคบกันไม่นาน ?
กวาง : “ตัวผมเองเพื่อนๆ ก็เซอร์ไพรส์เหมือนกัน เพราะเป็นคนไม่เชื่อเรื่องแต่งงานเลย มีเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิท ก็ถามว่าพี่เปลี่ยนความคิดเร็วแบบนี้เลย ก่อนหน้านี้พี่ยังไม่เชื่อเรื่องแต่งงานเลย ตอนนั้นเรามีคำถามในหัวว่า เราไม่เชื่อเรื่องแต่งงาน หรือเรายังไม่เจอกันแน่ เราเลยให้คำตอบตัวเองไม่ได้ แต่พอถึงวันหนึ่งก็เข้าใจแล้วว่าคนที่เขาจะแต่งงาน เพราะเขารู้สึกอย่างนี้นี่เอง”

กวางพิสูจน์ตัวเองหรือให้ความมั่นใจกับเรายังไงบ้าง ?
น้ำหวาน : “อย่างที่บอกเราเรียนรู้กันมาจากความเป็นเพื่อน เพราะฉะนั้นด้วยความที่เราคุยกันได้ค่อนข้างหลากหลาย คุยกันได้ในทุกเรื่อง หลายครั้งที่เรามีปัญหา เขาก็เป็นคนที่เข้ามาซัพพอร์ต หวานรู้สึกว่าในมุมที่เขาไม่ค่อยยิ้ม หรือพูดไม่เก่ง ก็มีมุมอ่อนโยน น่ารัก และเขาไม่ได้แค่เข้ากับหวานได้ แต่เขาเข้ากับครอบครัวหวานได้ คุณพ่อคุณแม่ เพื่อนๆ ด้วย”

กวาง เอบีนอร์มอล 

ไม่เร็วไปใช่ไหม ?
กวาง : “มีคนถามหลายคนเหมือนกัน ทั้งคนรอบตัวก็ถามว่าเร็วไปไหม แต่กวางมองว่าครั้งนี้ไม่ใช่การทดลองแล้ว อายุเราไม่ใช่จะมารอใครแล้ว เราพยายามทำครั้งนี้ให้มันสำเร็จ ไม่ใช่ว่า ไม่ใช่ก็เลิก อันนี้เลยรู้สึกว่าแทนที่เราจะไปเสียเวลากับใครตั้งนาน ตอนนี้เราเดินทางมาครึ่งชีวิตแล้ว เหลืออีกแค่ครึ่งชีวิตเอง แทนที่เราจะเอาเวลาที่เหลือไปมีชีวิตคู่ ไปมีความสุข มันไม่จำเป็นต้องรออะไรนานมาก”

จุดไหนที่ทำให้อยากให้เขาเป็นคู่ชีวิตเรา ?
กวาง : “คือมีอยู่ข้อหนึ่งที่ทำให้ผมมั่นใจ คือผมเป็นคนที่มีความอดทนน้อย เวลาคนงอแง คนทะเลาะด้วยมักจะไม่ทน แต่เขาทนได้ นี่คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจ”

หวาน : “ถ้าเสริมจากที่พี่กวางพูด หวานว่าหลายคนอาจจะมองว่าเร็วไป แต่ตลอดชีวิตคือการเรียนรู้ ไม่ว่าจะคบกันนานแค่ไหนพอเปลี่ยนสเตตัสมันก็คือการเรียนรู้ และมันก็เรียนรู้ไปจนแก่จนตายไปข้างหนึ่ง เราก็จะได้มีเวลาที่เรียนรู้ คือขอแต่งแต่ยังไม่ได้จะแต่งวันนี้ พรุ่งนี้ เดือนหน้า”

กวาง : “ที่แพลนไว้น่าจะอีกเป็นปี กว่าจะได้เข้าพิธี”

ได้ฤกษ์หรือยัง ?
กวาง : “ก็ต้องแล้วแต่ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายว่าจะอย่างไร ถ้าความคิดผม อย่างเร็วก็ต้องปลายปี เพราะเราต้องมีเวลาเตรียมงานค่อนข้างเยอะ อาจจะปลายปีเป็นต้นไป”

เรียกว่าตามใจเจ้าสาว ?
กวาง : “ถ้าจะลดการปะทะก็ต้องตามใจ (หัวเราะ)”

หวาน : “จริงๆ เขาก็แนวของหวานอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องผ่านครอบครัวก่อน ถึงจะกล้าเลือก”

ครอบครัวว่าอย่างไร ?
กวาง : “ครอบครัวกวางแฮปปี้ดี ก็รอคุยกับครอบครัวหวาน ก็แฮปปี้ดี แต่เขาห่วงเรื่องการวางแผน เพราะเราก็ไม่เคย ครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย ก็แนะนำ”

มีไปแอบคุยกับคุณพ่อคุณแม่หวานว่าไงบ้าง ?
กวาง : “พ่อแม่เขาก็วางใจให้เราเป็นคนดูแล ก็เหน็ดเหนื่อยในการเซอร์ไพรส์ เขาขี้จับผิดสุดๆ”

หวาน : “(หัวเราะ) ตอนนี้ก็รอเตรียมการ เรียนเชิญพี่ๆ ด้วยนะคะ”

ขบอคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

มนต์สิทธิ์

มนต์สิทธิ์ เปิดแฟนสาวเหนือ ห่าง10ปี ความแตกมีลูก-มองกะเทยดีกว่าผิดลูกเมีย

มนต์สิทธิ์ เขินหนักยอมเล่าชีวิตรักแบบไม่กั๊กก็คราวนี้ – ลูกทุ่งดัง มนต์สิทธิ์ คำสร้อย เปิดใจครั้งแรก

มนต์สิทธิ์ ตั้งแต่รักครั้งแรกต้องอกหัก เพราะสาวทิ้งไปมีชายอื่น จนถึงความรักปัจจุบันกับสาวใหญ่ที่หวานกันมาเป็นสิบปี ในรายการดัง Club Friday Show โดยลูกทุ่งดังเผยว่า

เคยถูกครอบครัวบังคับแต่งงานตั้งแต่อายุ 17 แต่เราหนีออกจากบ้าน จนพี่ชายไปตามมาประกวดร้องเพลง ของกอ.รมน. ได้ที่สอง ได้ชื่อมาด้วยว่า สามัญ สันขวาน เพราะร้องเพลง สายัณห์ สัญญา แล้วพี่ๆ เขาชอบ เลยตั้งชื่อให้ จนมาทำงานร้านอาหาร

ต้องฝึกเป็นกะเทย เพื่อความปลอดภัย เพราะถ้าเป็นผู้ชายแมนๆ จะถูกแขกแกล้ง ป่วนกวน แล้วดันมีฝรั่งมาจีบ จะพาไปนอนบังกะโล มนต์สิทธิ์ก็ไปด้วย แต่ให้เพื่อนที่เป็นกะเทยจริงๆ ไปรอแล้ว เพื่อนก็พาฝรั่งเข้าบังกะโล ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน ฝรั่งรวยมากด้วย

คนมองเป็นกะเทย นักร้องสาวๆ ก็คิดว่าเราตุ้งติ้งกอดใกล้ชิด ไม่คิดอะไร เราก็ภูมิใจ ได้กอดสาวๆ สเป๊กจริงๆ ชอบดำๆ ไม่สวย ชอบแบบชาวบ้านๆ

ลูกทุ่งดังเผยเคยอกหักจากเด็กเสิร์ฟสาว ที่ทำงานเสิร์ฟด้วยกัน เขาทิ้งไปหาชายอื่น จนเราเสียใจต้องหนีไปอีกจังหวัด คือ อุบลฯ ได้ร้องเพลงประกวด ได้มีโอกาสเป็นดีเจ จนมาเซ็นสัญญาค่ายชัวร์ออดิโอ ก็ยังไม่ได้เป็นนักร้อง

มนต์สิทธิ์

จากเด็กเสิร์ฟน้ำ พี่สุนารี (ราชสีมา) ตอนนั้นพี่เขาดังมาก เราก็อยู่ในค่าย เราเสียงดี แต่ไม่หล่อ ไม่ได้เป็นนักร้องซักที บังเอิญมีนักร้องคนหนึ่งดังมาก แต่ออกจากค่ายไป

ส้มหล่น ค่ายเลยดัน ให้มนต์สิทธิ์ เป็นนักร้อง เอาเพลงที่จะให้นักร้องคนนั้นมาให้มนต์สิทธิ์ร้อง คือ ขายควายช่วยแม่ และ สั่งนาง จนดังเปรี้ยงปร้าง

ความดัง ถึงขนาด แฟนคลับ เอาเงินล้านสองล้านใส่ถุงปุ๋ยมาให้ เราก็เอาไปคืนเขา เพราะเอาเงินมาให้แบบนี้ต้องมีเรื่องไม่ดี ก็มีเรื่องจริงๆ จะเอาเราไปแอบอ้างไม่ดี แถมมีแม่เอาลูกสาวมาฝากให้ถึงห้องนอน เจอบ่อยมาก ไม่ไหว ต้องให้หลานมารับหน้าแทน

จนไปคอนเสิร์ต เชียงราย ปิ๊งคนมาคล้องมาลัย ตอนนั้นเขาอายุประมาณ 40 ปี เขามีสามี จนสามีเขาเสีย ก็มาเจอกันอีกที เห็นเขาชอบเขาแล้ว เลยจะจีบเขา แต่บอกเขาว่า เรียกเขาว่าแม่ บอกจะจีบเขาให้พ่อ แต่จริงๆพ่อเสียไปแล้วนะ

ตอนนี้ก็คบกันมา 10 ปี ตอนนี้เขาอายุ 66-67 ปีแล้ว ห่างกันมาก 10 กว่าปี เราอายุ 54 ปี ไปๆมาๆ ดีกว่า เขาไม่อยากออกสื่อ ตอนนี้เด็กๆก็ลูกของลูกเขานี่แหละ ที่มาอยู่กับเรา

ส่วนที่มีลูกกับหางเครื่องสาว ชื่อ เตี้ย เพราะเราก็เต้นด้วยกันอยู่วงดนตรีสมจิตร บ่อทอง เขาสบประมาทว่าเราทำเป็นหรือเปล่า เขียนจดหมายมาท้าเราไปงานธาตุพนม 3 วัน กันสองคน เราก็ไป ไม่ใช่ครั้งเดียวนะ ไปซ้ำหลายครั้ง เลยมีลูกด้วยกัน

ซึ่งทางแม่เขาก็บอกเดี๋ยวเลี้ยงลูกเอง จริงๆ เขาก็ไม่ได้ไปบอกใคร แต่วันหนึ่งมีงานที่วัด แล้วมีนักข่าวท้องถิ่นไปกันเยอะ เขาอุ้มลูกไปด้วย แล้วมีคนมาคุยกับเขาว่า เดี๋ยวลูกก็ได้ร้องเพลงเหมือนพ่อ พ่อเป็นนักร้อง เลยเป็นข่าวใหญ่ ยาว 27 วัน เราไม่ได้ทิ้งลูก เราก็ส่งเสียตลอด

มนต์สิทธิ์

ส่วนที่มีข่าวกับผู้ชาย พี่ธนกร เขาเป็นอัมพฤกษ์ ฟังเพลงเราจนเขาหายป่วย แล้วเข้าชอบจ้างเราไปร้องเพลง กับ น้องอั้ม นันทิยา น้องนักร้องในค่ายอีกคน จนวันหนึ่ง มาออกรายการ เพราะทางรายการไม่รู้จะเอาใครออก แต่อยากเอาไปโฆษณารายการ

เลยให้มาหอมแก้ม เขามีเมียมีลูกแล้ว แต่ไม่มีอะไร เพราะไม่มีอะไรเราถึงกล้าทำ ส่วนเด็กๆ หนุ่มรายล้อม หน้าตาดี คนยิ่งว่าเราเป็นกะเทย ยิ่งคนพูดเรายิ่งชอบ ยิ่งถ่ายรูปกับเด็กๆ ชอบโรคจิตหรือเปล่าไม่รู้

เพราะครั้งหนึ่งเคยไปกินข้าวกับหลานสาวแท้ๆ แล้วคนเข้าใจผิดว่าเป็นแฟน ตั้งแต่นั้นไม่เคยไปกับผู้หญิงเลย ถ้าเป็นผู้หญิงไม่ได้เลย ยอมเป็นข่าวคนเข้าใจผิดว่าเป็นกะเทยดีกว่าที่คนคิดว่าเราไปชอบลูกเมียเขา จะรับตัวเองไม่ได้ ถ้าใครมาว่าเราผิดลูกเมียคนอื่น

แฟนเราก็เข้าใจดี รู้ว่าเราเป็นยังไง ดีซะอีก คนเข้าใจผิดแบบนี้ ผู้หญิงจะได้ไม่เข้ามา แต่ถ้าไปกับผู้หญิง แฟนจะหึง เราจะพยายามไม่ใกล้ชิดผู้หญิง เคยมีแฟนคลับผู้หญิงมากอด มีภาพเขาเห็น เขาบอกเลยอันนี้ไม่ใช่แฟนคลับแล้วจะเอาเป็นผัว ตั้งแต่นั้นไม่ทำแบบนี้อีก

เราก็หึงแฟนเรานะ แต่ตอนนี้เขาคงไม่มีใครหรอก แก่แล้ว บินไปหาบ่อยมาก จริงๆผู้หญิงเข้ามาหาเราเยอะ แต่เราไม่ชอบ สาวสวยเพริศพริ้ง เราชอบชาวบ้านๆ มีอายุ ถึงวันนี้เราก็รักกันมาก ผมไม่หวานด้วย เวลาไปเจอก็มุ้งมิ้งคุยหยอกกัน โทรหาทุก 6 โมงเช้า เรียกแฟนว่ายาย

ลูกทุ่งดังมาก ดังสุดทะลุแล้ว รับรางวัล ทัวร์รอบโลกหมดแล้ว ตอนนี้เขาติดต่อไปต่างประเทศ ยังไม่ไป อเมริกา ไปไม่ไหว ถ้าใกล้ๆ ยังไปได้บ้าง ถือว่าเราอิ่มตัวแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

ซูซี่ สุษิรา

ซูซี่ สุษิรา คู่หมั้นหนุ่ม เสียชีวิตกะทันหัน สุดเศร้า เปิดโพสต์สุดท้าย ไม่กี่วันก่อนดับ

ซูซี่ สุษิรา ดาราสาวสุดเศร้า หลัง ซูซี่ หรือ แม่มะลิ บุพเพสันนิวาส เพิ่งเตรียมแต่งงานกับแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ คริสโตเฟอร์

ซูซี่ สุษิรา หลังหมั้นหมายไปเมื่อปลายปี 60 แต่ล่าสุด เจอเหตุช็อก เมื่อ คริสโตเฟอร์ แฟนหนุ่ม เสียชีวิตกะทันหัน

โดยสาวซูซี่ เพิ่งโพสต์ลงไอจีส่วนตัวข้อความว่า “ฉันเสียใจอย่างที่สุดที่ต้องบอกข่าวอันแสนเศร้าว่า คริส ได้จากเราไปแล้วเมื่อวานนี้ ได้โปรดช่วยอธิษฐานเพื่อเขาเพื่อช่วยให้จิตวิญญาณของเขาได้พบกับแสงสว่างนำทางสู่ประตูแห่งสรวงสวรรค์ คู่หมั้นของฉันเป็นชายหนุ่มที่แสนดีเป็นคนที่สดใสสวยงามมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา

ฉันรู้ว่าเขาเป็นนักสู้และเป็นคนที่ดีเยี่ยมสำหรับทุกคนที่อยู่รายรอบเขา ฉันจะรักเขาตลอดไปและเขาจะอยู่กับฉันอยู่ในใจของฉันตราบนานเท่านาน เขาเป็นยิ่งกว่าความรักสำหรับทุกคน ขอขอบคุณทุกคนสำหรับความรักที่มีต่อเขา” ท่ามกลางคนเข้ามาร่วมแสดงความเสียใจให้กำลังใจจำนวนมาก

ขณะที่ไอจีส่วนตัวของ หนุ่มคริสโตเฟอร์ พบว่า โพสต์สุดท้าย เพิ่งลงภาพ คู่กับแฟนสาว พร้อมแคปชั่นสุดซึ้งถึงความรักกับแฟนสาวด้วยว่า “Some time has gone since this was taken but the love captured isn’t lost. I love you Susi. #fuzzyphoto” ซึ่ง สาวซูซี่ ก็เข้าไปตอบว่า “Awww I love you too @christopher.susa” ท่ามกลางผู้คนเข้าไปร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก

ผจก.เผย ซูซี่ เสียใจหนัก ป่วยต้องพักงาน ติดต่อไม่ได้ สลดเตรียมอยู่กับคู่หมั้นที่เชียงใหม่ ผู้จัดการส่วนตัว ซูซี่  เผยสภาพจิตใจหลังซูซี่ต้องมาสูญเสีย คริสโตเฟอร์ คู่หมั้นหนุ่มแบบกะทันหันว่า “พอเห็นที่น้องโพสต์ในไอจีรู้สึกช็อก ตกใจเหมือนกัน ผมเลยส่งข้อความไปหา น้องอ่านแล้วแต่ยังไม่ตอบ รู้จักน้องดี เพราะมันอยู่ในช่วงที่เขาไม่น่าตอบได้หรอกตอนนี้ กำลังเสียใจอยู่ แต่ผมไม่ทราบรายละเอียดเลยครับ ได้แต่ให้กำลังใจ

ซูซี่ก็ยังไม่ได้คุยกับใครเลย ยังอยู่ในช่วงที่เซนสิทีฟก็เลยยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรทั้งหมด ตอนนี้ซูซี่อยู่เชียงใหม่ ยังไม่ได้คุยกัน คุยกันล่าสุดเมื่อวันก่อน เรื่องงาน”

ซูซี่ สุษิรา

ผู้จัดการส่วนตัว ซูซี่ สุษิรา เผยอีกว่า “ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพฯ พอดีน้องอยู่ในช่วงเบรก เขาขอพักช่วงนี้ บังเอิญว่าก่อนหน้านี้ซูซี่หลอดเสียงอักเสบ ตอนแรกจะผ่า แต่ตัดสินใจไม่ผ่า เพราะกลัวว่าจะกลับมาไม่เหมือนเดิม

ล่าสุดยังเสียงแหบอยู่ ก็เลยไม่ได้มีงานอะไรในช่วงนี้ ขอหยุดไปช่วงนี้รักษาตัว น่าจะประมาณ 6 เดือนที่แพลนไว้ พอเห็นน้องโพสต์ก็ไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้รอคุยกับน้องอยู่ครับ จริงๆน้องมีคอนเฟิร์มละครแล้วล่ะ แต่ด้วยเหตุผลที่หลอดเสียงอักเสบ ต้องพักรักษาตัว

จริงๆจะถ่ายประมาณเดือน มี.ค.-เม.ย. แต่ถ่ายไม่ได้เพราะเสียงน้องมันไม่ได้เลย มันเกิดจากเล่นละครที่ผ่านมา ต้องตะโกน กรี๊ด ก็เลยอยู่ในช่วงพักรักษาตัว”

ผู้จัดการส่วนตัว ซูซี่  เผยอีกว่า “ส่วนตัวผมก็ไม่ได้สนิทกับคริสโตเฟอร์มาก แต่รู้จักกัน เพราะเขาไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เขาบินไปบินมาต่างประเทศกับเชียงใหม่ เพราะน้องมีแพลนที่จะทำฟิตเนสกัน เขาก็อยู่เชียงใหม่ จริงๆไปๆมาๆ เพราะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน

ซูซี่ สุษิรา

พอเห็นข่าวเราก็รู้สึกช็อกเลยที่เห็นน้องโพสต์ ยังไงรอให้น้องตอบดีกว่า เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลที่แน่นอน และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็รอน้องอยู่ เพราะช่วงนี้น้องไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ไม่มีงานก็เลยไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมาก” ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด แฟนคลับยังคงร่วมอาลัย หนุ่มคริส จำนวนมาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

อีฟ พุทธธิดา

อีฟ พุทธธิดา ควงสามีเปิดใจ หลังคลอด “น้องมีบุญ” คุณตาคุณยายเห่อหลานมาก

อีฟ พุทธธิดา กำหนดผ่าคลอดไว้วันที่ 19 ม.ค. แต่ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแพลนแบบกะทันหัน

อีฟ พุทธธิดา ล่าสุดในวันนี้ (16 ม.ค.) อีฟ พุทธธิดา และสามีนักธุรกิจ ต้น เติมศักดิ์ ศักดาพร ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนให้ฟังถึงสาเหตุที่ต้องรีบคลอดก่อนกำหนด ทั้งนี้ ทั้งคู่ยังได้ถือโอกาสขอชี้แจงเหตุผลที่ต้องให้ น้องมีบุญ หรือ ด.ช.ศักดาพร ศิระฉายา ใช้นามสกุลของคุณแม่อีกด้วย

ทำไมถึงต้องคลอดก่อนกำหนด ช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังหน่อย ?
อีฟ : “จริงๆ เราแพลนที่จะผ่าอยู่แล้วนะคะ ซึ่งดูฤกษ์ไว้เป็นวันที่ 19 ม.ค. แล้ววันนั้นไม่มีใครอยู่ที่บ้านด้วย คุณพ่อไปต่างประเทศ ส่วนต้นก็ไปดูงานที่ต่างจังหวัด จะมีอยู่กันแค่อีฟ คุณแม่ และน้องสาวต้นที่มานอนเป็นเพื่อน อาการเริ่มแรกเลยคือเรามีน้ำผสมเลือดไหลออกมาแต่เป็นสีจางมากๆ มันไม่ใช่น้ำคร่ำอะ เคยหกล้มที่โรงพยาบาลมาแล้วเลยรู้ว่ามันไม่ใช่อาการน้ำเดิน ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจว่ามันมีอาการผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า อีกอย่างมันตั้ง 9 วันล่วงหน้าก่อนที่จะถึงกำหนดคลอด แล้วคือกำหนดคลอดของเราจริงๆ ก็ไม่ใช่ในช่วงปลายด้วย เพราะเรากำหนดคลอดไว้ที่ 39 สัปดาห์ แต่จริงๆ เด็กสามารถอยู่ได้ถึง 40 สัปดาห์เต็ม”

อีฟ : “พอเรารอไปสักครึ่งชั่วโมง ก็มีอาการมดลูกบีบตัว โดยตอนแรกเลยอีฟไม่รู้จักอาการนี้นะเพราะไม่เคยเป็น แต่เรารู้ว่ามันปวดผิดปกติจากที่เราเคยปวด เราเลยคิดแล้วว่ามันแปลกๆ แต่ก็ยังรออีกเป็นชั่วโมงนะ จนในที่สุดตัดสินใจไปปลุกคุณแม่ ไปถามว่าเรามีอาการแบบนี้ควรจะทำยังไง ซึ่งคุณแม่ตอบมาว่า แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะแม่ไม่เคยมีอาการเหล่านี้เลย แต่ก็ให้โทรไปปรึกษาที่โรงพยาบาลก่อน โดยทางโรงพยาบาลบอกว่าถ้าคุณแม่สะดวกก็ให้เข้ามาเลย จะได้ตรวจเช็กอาการทุกอย่าง แต่ถ้าไม่สะดวกและทนไหวก็ให้รออีกสักพักก็ได้ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจหรอกคำว่า ‘ถ้าทนไหว’ หมายความว่ายังไง แต่ก็ตัดสินใจไม่ต้องรอหรอก ไปเลยดีกว่า และตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะคลอด คิดแค่ว่าอาจจะมีสัญญาณเตือนอะไรสักอย่างแค่นั้นเอง”

อีฟ : “ตอนนั้นมาถึงโรงพยาบาล เวลา 3:33 น. พอดี พยาบาลก็ขอตรวจการบีบตัวของมดลูกก่อน ถ้ามีอาการบีบตัวที่สม่ำเสมอก็ต้องขอตรวจปากมดลูกดูว่าเปิดไหม พอตรวจเสร็จพยาบาลบอกว่ามดลูกบีบตัวค่อนข้างสม่ำเสมอแล้วนะ อีฟก็เริ่มหน้าเสียแล้ว จนถึงเวลาตี 4 ได้ตรวจปากมดลูก ปรากฏว่าน้ำเดินเลย เราก็รู้ตัวแล้วว่าต้องคลอดแล้ว ทางพยาบาลก็เลยติดต่อกับคุณหมอที่ฝากท้อง โดยคุณหมอแจ้งว่าประมาณ 7 โมงเช้าจะทำการผ่า”

อีฟ พุทธธิดา

อีฟ : “ซึ่งพอเราคลอดเสร็จทุกคนก็ถามว่าทำไมไม่คลอดเอง เพราะอีฟต้องเจอปากมดลูกบีบตัวอยู่แล้ว และปากมดลูกก็เปิดเพิ่ม ถามว่าคลอดเองได้ไหม ก็แทบจะคลอดเองได้แล้วตอนนั้น แต่ที่ไม่คลอดเองเพราะตอนนั้นในหัวคิดอะไรไม่ได้แล้ว อาการเจ็บท้องมันทำให้เรารู้สึกว่า อย่ามาถาม อย่ามาพูดอะไรกับเรานะ ถ้าเราตัดสินใจอะไรไปแล้วจะไม่เปลี่ยนใจทั้งนั้น มันเจ็บแบบรักแม่ขึ้นมาเลย แต่พอไปถามแม่ แม่บอกแม่ไม่เคยเจ็บท้อง (หัวเราะ)”

อีฟ : “นึกออกใช่ไหมคะที่กั้นเตียงคนไข้ มันเจ็บจนถึงขนาดที่เราจับแล้วเอาหัวไปกระแทก แล้วจะมุดจะสิงเข้าไปอยู่ในนั้นแล้ว มันเจ็บมาก ซึ่งมันก็ทำให้เรามีประสบการณ์ทั้ง 2 อย่าง เพราะบางคนถ้าผ่าก็จะไม่เจออาการเหล่านี้เลย เราก็ได้เจอ ถึงแม้จะยังไม่พีคสุดแต่ก็ถือว่าได้มีประสบการณ์”

ทางคุณต้นเอง ทราบข่าวตอนไหน ?
ต้น : “รู้ตอนที่น้องโทรมาน่าจะช่วงตี 4 ได้มั้งครับ ตอนนั้นใจตกไปตุ้บเลย เพราะก่อนหน้านี้เราแพลนไว้หมดแล้วว่าจะคลอดวันที่ 19 แล้วผมต้องเข้าไปอยู่ในห้องคลอดด้วย จะต้องเป็นคนตัดสายสะดือเองให้ได้ เพราะเป็นลูกชายคนแรก ตอนนั้นผมอยู่ที่ประจวบฯ คิดอะไรไม่ออกเลย น้ำตาร่วง คิดแต่ว่าจะกลับไปยังไงให้ไวที่สุด จึงให้น้องสาวช่วยหาไฟลท์บินว่าไฟลท์ไหนเช้าสุด”

อีฟ : “ก็อยากจะอั้นรอนะคะ แต่มันไม่ได้จริงๆ เพราะตอนนั้นคุณหมอถามคำถามเหมือนที่เคยเจอเลยว่า 7 โมงไหวไหม ซึ่งพอเจอจริงๆ ก็รู้เลยว่าคำว่าไม่ไหว คือมันไม่ไหวจริงๆ ซึ่งตอนแรกเรากะไว้ว่า 7 โมง เดี๋ยวคงมีเลทๆ หน่อย เขาอาจจะทัน เราก็ภาวนาให้เป็นแบบนั้น”

ต้น : “สุดท้ายตอนอยู่บนเครื่องกำลังเปิดดูโทรศัพท์ก่อนที่จะปิดเครื่องแล้วบินครับ น้องสาวพิมพ์มาบอกพอดีเลย ‘คลอดแล้วนะ’ แอร์บนเครื่องก็บอกพอดี ‘ปิดโทรศัพท์ได้แล้วนะคะ’ (หัวเราะ) จบเลยตอนนั้น ทำอะไรไม่ได้แล้ว ลุ้นอย่างเดียว แต่พอได้เห็นหน้าลูกก็ดีใจครับ เขาคลอดออกมาปลอดภัยก็ดีแล้ว”

ตอนอีฟอยู่ในห้องคลอดคนเดียว ตื่นเต้นแค่ไหน ?
อีฟ : “คือความเจ็บของมัน ทำให้เราคิดเลยที่เขาบอกว่าคนคลอดมันก็ด่าผัวตัวเองอยู่ในห้องคลอด ซึ่งมันก็คงจริงอะ ใจก็คิดว่าถ้าสามีอยู่ด้วยเราคงโวยวายน่าดูเลย เพราะมันเจ็บมาก แต่ครั้งนี้คนที่เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนคือน้องสาว ก็เลยทำให้มีวิดีโอที่ได้เห็นในไอจี ซึ่งพอได้บล็อกหลังจริงๆ มันก็ชาจนไม่รู้สึกอะไรอีกเลยค่ะตอนนั้น”

พอคลอดก่อนกำหนด ตัวน้องมีอาการยังไงบ้าง ?
อีฟ : “ตัวน้องจะมีภาวะน้ำตาลต่ำ อุณหภูมิร่างกายของเขาที่น้อยไปหน่อย เพราะฉะนั้น 2 วันแรก น้องต้องเข้าตู้อบ เพราะตัวเล็กและเย็น แต่พอผ่านมา 2 วัน ก็ปกติดี ไม่มีอะไร และจะมีภาวะตัวเหลืองนิดหน่อย ซึ่งตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว”

พอได้เห็นหน้าลูกครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง ?
อีฟ : “อีฟไม่ได้เป็นคนเห็นคนแรกค่ะ จะเป็นน้อง แต่ความรู้สึกที่อีฟได้ยินเสียงเขาครั้งแรก มันทำให้เรารู้สึกว่าเขามาแล้ว และตอนเห็นเขาเราก็ยังง่วงๆ แต่ก็สบายใจที่เห็นเขาสมบูรณ์ พอเราได้รู้ว่าเขาแข็งแรง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เราก็หลับไปเลยเพราะคุณหมอให้ยา”

ต้น : “ผมมาถึงโรงพยาบาลเกือบสิบโมงครับ เห็นครั้งแรกก็เกือบยกมือไหว้ นึกว่าเป็นพ่อตา (หัวเราะ) หน้าเหมือนคุณพ่อมากครับ โชคดีมากที่เขาตา 2 ชั้น เพราะผมตาชั้นเดียว ตาสวยครับ”

อีฟ พุทธธิดา

ให้ชื่อลูกว่าอะไร ?
ต้น : “น้องมีบุญครับ ผมชอบนะเพราะชื่อมันดูเป็นสิริมงคลดี และทำให้เรารู้สึกว่าเราก็โชคดี มีบุญด้วยที่น้องมาเกิดเป็นลูกเรา”

อีฟ : “และเราก็อยากเชื่อว่าเขาก็โชคดีที่มาเกิดเป็นลูกเราด้วย จริงๆ ชื่อนี้มาจากชื่อของพ่อเขาที่ชื่อ ต้นบุญ และต้นกับอีฟก็เป็นคนชอบทำบุญ อีกอย่างเราก็อยากได้ชื่อไทยๆ ที่สามารถเรียกกันได้ทุกชาติ ไม่เพี้ยน”

ต้น : “ส่วนชื่อจริงชื่อ ศักดาพร ซึ่งเป็นนามสกุลผมเอง ส่วนนามสกุล ศิระฉายา ซึ่งเป็นนามสกุลของภรรยาครับ เลยกลายเป็น ด.ช. ศักดาพร ศิระฉายา”

อีฟ : “ที่ตัดสินใจแบบนี้เพราะ ต้องบอกก่อนว่าทางบ้านสามีใจดีมากและเปิดกว้างมากๆ เราเคยคุยกันว่าถ้ามีหลานอยากให้ใช้นามสกุล ศิระฉายา สักคน เพราะทางคุณพ่อต้อยก็สร้างนามสกุลนี้เอาไว้แต่ไม่มีใครสืบต่อแล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าจะได้เป็นลูกชายคนแรกนะ ต่อมาพอเราท้องและรู้ว่าเป็นลูกชาย ทางคุณพ่อของต้นก็บอกว่า คนแรกให้ใช้นามสกุล ศิระฉายา ไปเลย ก็ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ”

ต้น : “คือต้นมีน้องชายครับ เลยคิดว่าอย่างน้อยๆ น้องชายผมก็ต้องมีลูก และก็ยังมีน้องสาวอีก อย่างน้อยครอบครัวผมก็ยังมีตัวช่วย”

อีฟ : “ทีนี้เราก็มาคุยกันเรื่องชื่อจริง ว่าจะใช้ชื่ออะไร ซึ่งต้นอยากจะให้ชื่อเล่น น้องมีบุญ ด.ช.มีบุญ ศิระฉายา แต่พอได้คุยกันไป คุยกันมา แล้วมาคิดว่าลูกเป็นหลานคนแรกของทุกคน เราก็อยากให้มีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 2 นามสกุล อาจจะเพราะบ้านเราให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้ก็ได้ ตอนแรกจะให้ชื่อ ศักดา เฉยๆ แต่อีกนิดก็มี พร แล้วนะ เราเลยตัดสินใจให้ใช้เต็มๆ ไปเลย จึงได้ชื่อ ด.ช.ศักดาพร ศิระฉายา”

ได้ลองอุ้มน้องบ้างหรือยัง ?
อีฟ : “อีฟได้อุ้มแล้ว เพราะต้องให้นมเอง”

ต้น : “พอคุณแม่ให้นมเสร็จ ผมก็ต้องอาบน้ำให้ครับ แต่ตอนได้อุ้มครั้งแรกนี่เหงื่อแตกพลั่กๆ เลย เพราะเขาตัวเล็กมาก คอยังไม่แข็ง เกร็งเลยสิครับ”

คุณตาคุณยาย คุณปู่คุณย่า เห่อหลานมากไหม ?
ต้น : “คุณย่าก็เห่อ ทำอะไรไม่ถูกเหมือนคุณพ่อเลย (หัวเราะ)”

อีฟ : “ คุณตาเพิ่งบินกลับมาค่ะ ก็ไลน์มาเป็นระยะว่าอยากเห็นแล้ว ยิ่งทุกคนบอกเหมือนตาต้อย ยิ่งคงใจจะขาด ส่วนคุณย่าจะมาเฝ้าทุกวันค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนอีฟ คุณยายจะไปๆ มาๆ เพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย ส่วนคุณปู่จะทำงานเหมือนกันเลยกับคุณตา ท่านจะได้มาเยี่ยมวันแรกๆ แต่ลูกหลับ สวนทางกัน เท่ากับว่าได้เจอแบบเต็มๆ ทั้งคุณปู่และคุณตาเลย คือเมื่อวาน”

อีฟ : “ส่วนเรื่องจะออกจากโรงพยาบาล เราก็ต้องรอความพร้อมของลูกด้วยค่ะ อีฟไม่อยากเทียวไปเทียวมา เลยตัดสินใจว่าจะอยู่จนกว่าสุขภาพของเขาจะแข็งแรง 100 เปอร์เซ็นต์”

มีของรับขวัญลูกไหม ?
อีฟ : “ตัวเองไม่มีค่ะ แต่เราเตรียมความพร้อมให้เขาไว้ครบทุกอย่างแล้ว แต่พอได้เลี้ยงเองจริงๆ ในโรงพยาบาลจึงทำให้เรารู้ว่าของที่เตรียมไว้อาจจะยังไม่ครบ แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยม และขอบคุณทุกคนที่มีของมาให้หลาน มีเยอะมาก มีบุญคือมีบุญจริงๆ มีคนรักและให้ความเอ็นดูลูกเยอะมากจริงๆ ในฐานะพ่อแม่เราก็ดีใจมากๆ ค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

ลาล่า ลูลู่

ลาล่า ลูลู่ ลงทุนควักเงินแสนทำเพลงกลับไม่ปัง ท้องานประณีตคนไม่สนใจ

ลาล่า ลูลู่ วงการแกว่ง! คนดู คนฟัง ชอบแบบไหน เดาใจยากสุดๆ! ตลก “ลาล่า–ลูลู่ อาร์สยาม” ชักขำไม่ออก

ลาล่า ลูลู่ ควักกระเป๋าลงทุนทำเองหมดเป็นแสนๆ แต่เพลง “ไผกะได้” พร้อมมิวสิกวิดีโอ ปล่อยไปตั้งหลายวัน ยอดวิวกระดื๊บไม่ถึงไหน ลาล่า โพสต์ความในใจผ่านไอจี เจอแบบนี้ทำเอา จุก! พร้อมติดแฮชแท็ก #สิไปต่อหรือพอส่ำนี้ และ #พิจารณาตัวเอง จ๊ะ อาร์สยาม, ธัญญ่า อาร์สยาม ต้องเข้ามาให้กำลังใจ–เอิ่ม! ยุคเปลี่ยน! คนฟังเพลงเอาที่พอใจ เห็นมาเยอะ “ตั้งใจ งานประณีต” ไม่ดัง! “ลวกๆ เอามันส์” ดังสนั่นเมือง บางที “คนทำงาน” เลยท้อ!

ชีวิตผู้ประกาศข่าวหนุ่ม อ๊อฟ-อัครพล เล่าข่าวหน้าจอทุกวัน ทั้ง “ข่าวเด่นช่อง 8” และ “คุยข่าวเย็น ช่อง 8” ทำงานหน้าจอ 365 วันแต่ก็มีความสุข หลังอ่านข่าว “หนุ่มอ๊อฟ” ก็ขับรถไปเยี่ยมคุณแม่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ขยันทำงานเก็บเงินวนไป!

ลาล่า ลูลู่
ส่งต่อความสุข ค่ายหนัง “GDH” ครบรอบ 3 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 4 นำโดย จินา โอสถศิลป์ นักแสดง เบลล์–เขมิศรา พลเดช, ริว–อิงครัต และ นาน่า–ศวรรยา พร้อมพนักงาน ร่วมกับจิตอาสาพลังแผ่นดินกันในโครงการ “GDH แฮปปี้พี่ให้น้อง ครั้งที่ 2” ทาสีรั้ว ปลูกต้นไม้ มอบทุนการศึกษา ที่บ้านเด็กชัยพฤกษ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก วันก่อน.
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ หิน ฟิน วิ่ว และ สหมงคลฟิล์ม จัดกิจกรรม “หมอลำมาเนีย การต่อยอดจากงานวิจัย จากรากเหง้าทางวัฒนธรรม สู่ภาพยนตร์แห่งจิตวิญญาณ” วันอังคารที่ 15 ม.ค. เวลา 15.30 น. บริเวณศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์) ชั้น 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย นันทวุธ ภูผาสุก ผู้กำกับ นักแสดงนำ ก้องศิลป์ ฟ้าล่วงบน, ทวิทย์ สิทธิทองสี, ปิยะธิดา มิตตรัสสา, วันนิภา ศรีประไหม, โยธิน กิจใบ ฯลฯ.

เตรียมจัดเต็มความสนุกรับลมหนาวให้กับสมาชิก โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ภาคเหนือ กับคอนเสิร์ตต่อต้านยาเสพติด โดยศิลปินแกรมมี่ หญิง–ลินทร์พิตา จินดาภู, ดิว–อรุณพงศ์ ชัยวินิตย์, วง 25 hours และ วง Yes’ir day วันพุธที่ 16 ม.ค. ณ โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จ.เชียงใหม่ และวันศุกร์ที่ 18 ม.ค. โรงเรียนลำปางกัลยาณี จ.ลำปาง.

ผ่าง…ผ่าง…ง…ง หนุ่มเฮี้ยว ชายเฟี้ยวแห่งวงการ แพ้ราบคาบกับคำว่า “ลูก” สั้นๆ แต่ทรงพลัง แทค–ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม คือรายล่าสุด ดีใจที่ เบลล์–อดิราภ์ เองตระกูล ภรรยาไฮโซตั้งครรภ์ลูกชายได้ 5 เดือน แทค ลั่น “ผมบอกได้เลยคำว่าลุคเพลย์บอยตอนนี้มันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้คือปัจจุบัน ผมมีครอบครัวผมมีลูกแล้ว ตอนนี้คำว่า “แบดบอย” เปลี่ยนเป็น “แฟมิลี่แมน” ดีกว่าครับ (ยิ้ม)” เปลี่ยนได้ เมื่อเจอ “รักจริง”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

แบมแบม

แบมแบม ถูกเหยียด-โดนด่าเพราะเป็นคนไทย โทรให้กำลังใจ ‘ลิซ่า’ คิดบวก

แบมแบม ให้สัมภาษณ์ประเด็น ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ ถูกคนเกาหลีบางกลุ่มดูถูก

แบมแบม วันที่ 10 ม.ค. ที่ โรงภาพยนตร์ IMAX, Icon Cineconic ศูนย์การค้า ICONSIAM กรุงเทพฯ มีการจัดงานเปิดตัวคอนเทนต์รับปีใหม่ ภายใต้คอนเซปท์ ‘True for All, More 4U สนุกเกินคาด มากกว่าที่คิด นักร้องดัง แบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือที่รู้จัก แบม Got7 ศิลปินไทย หนึ่งในกลุ่มบอยแบนด์ชื่อดังจากเกาหลี มาร่วมงาน ให้สัมภาษณ์ประเด็น ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ ถูกคนเกาหลีบางกลุ่มดูถูก จนชาวบริงค์ออกมาปกป้องและเกิดกระแส #Respectlisa มาแรงในโซเชียล

ขอถามถึงเรื่องดราม่าที่ ลิซ่า แบล็กพิงค์ โดนคนเกาหลีดูถูก?
“อ๋อ..ครับ ได้ดูครับ อันนี้ผมเป็นเพื่อนกับพี่ลิซอยู่แล้วครับ ผมติดต่อพี่ลิซไป ให้กำลังใจพี่ลิซเขาไป จริงๆพอผมดูข่าวแล้ว มันเป็นเรื่องเล็กๆ เลยครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเป็นแค่คน 2-3 คนเองครับ แค่คน 10 คน ผมว่าทำอะไรพี่ลิซไม่ได้อยู่แล้ว พี่ลิซเขามีคนรักพี่ลิซเขาเยอะกว่าอยู่แล้ว ผมรู้จักกับพี่ลิซมาตั้งแต่ก่อนผมเข้าวงการ เพราะฉะนั้นผมรู้ว่าพี่ลิซเขาเป็นคนยังไง พี่ลิซเป็นคนนิสัยดี ร่าเริง คิดดี ทำดีอยู่แล้วครับ ตอนนี้อาจจะมีบางคนที่อาจจะยังไม่รับรู้ ยังไงสักวันหนึ่งเขาต้องรับรู้แน่นอน”

แบมแบม

เขาว่าอย่างไรบ้าง?
“พี่ลิซเขารับรู้ถึงกำลังใจครับ อันนี้เขาฝากบอกผมมา พี่ลิซเขาฝากมาบอกว่าขอบคุณทุกคนครับ”

ที่เราคุยกับเขา เขาเครียดไหมกับกระแสที่เกิดขึ้น?
“ไม่ครับ ผมโทรไปถามก่อนครับว่ามีเรื่องอะไร โอเคหรือเปล่า จริงๆ คนไทยที่อยู่เกาหลี เรารู้จักกันอยู่แล้วครับ เขาบอกว่าไม่เป็นไร ผมบอกว่าไม่ต้องเครียด รอผมกลับเกาหลีเดี๋ยวผมไปเลี้ยงข้าวอะไรแบบนี้”

แบมแบม

ตัวเราเองเคยโดนบ้างไหม ?
“มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ แต่รอบนี้ของพี่ลิซ คนที่พูดเขาอาจจะพูดแรงเกินไปนิดหนึ่ง แต่ว่าของผมก็มีครับไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ผมไม่ได้อะไรกับเรื่องนั้นอยู่แล้ว ผมจะโดนตอนแรกๆ แต่ว่าตอนนี้ก็มีบ้าง แต่ว่าน้อยลงแล้วครับ เหมือนคนก็เริ่มยอมรับในตัวผมมากขึ้น”

ตอนนั้นที่โดน เรามีการรับมือยังไงบ้าง?
“คือผมพยายามคิดในด้านบวกครับผม เขาด่าผมว่าร้องเพลงไม่ดี เต้นไม่เก่ง อะไรแบบนี้ หรือภาษาเกาหลีไม่เก่ง อันนี้ผมอาจจะเฮิร์ตหน่อยเพราะว่ามันเป็นเรื่องของความสามารถของผมครับ แต่ว่าเขาไม่ได้ด่าเรื่องความสามารถของผม แล้วเขามาด่าเพราะผมเป็นคนไทยแบบนี้ มันเหมือนกับว่าเขายอมรับในทักษะของผมแต่เหมือนเขาไม่ชอบที่เราเป็นคนไทย เหมือนกับว่าเขาไม่มีเรื่องอะไรให้ด่าเขาก็เลยด่า เอาอะไรก็ได้มาด่าครับ เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ค่อยแคร์ครับ”

แบมแบม

ยืนยันว่าเป็นส่วนน้อย?
“ส่วนน้อยครับ เรื่องนี้มันปกติ มันทั่วโลกครับ ไม่ว่าจะอยู่ไทยอยู่เกาหลี ไม่เกี่ยวกับว่าจะเหยียดประเทศอะไร ไปไหนก็มีคนคิดไม่ดีอยู่แล้วครับ”

ตอนนี้สตรองมาก?
“ผมไม่ได้ชิล ชิล ครับ ไม่ได้บอกว่าตัวเองสตรองหรือว่าอะไรครับ แต่ผมใช้ชีวิตมีความสุขแบบนี้ของผมไปทุกวันดีกว่า ยังไงคนพวกนั้นผมไม่ได้รู้จักอยู่แล้ว ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ในชีวิตนี้ผมไม่น่าจะมีโอกาสได้เจอเขาครับ ก็ปล่อยเขาใช้ชีวิตของเขาไป ผมก็ใช้ชีวิตของผมไปครับ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ถูกตัดต่อภาพโป๊ ขำที่ใหญ่เกินจริง ซีเรียส ถ้ายังไม่หยุดฟ้องแน่

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก  เคลียร์หลังถูกมือดีตัดต่อรูปอนาจาร เผยตลกที่ใหญ่เกินจริง แต่ก็ตกใจ ย้ำมันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย แต่ยังไม่แจ้งความ เพราะงานยุ่ง

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก งานเข้าอีกแล้ว สำหรับสาวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ หลังมีมือดีตัดต่อรูปอนาจาร เพราะติดอันดับดาราน่า xxx อันดับหนึ่ง ล่าสุด (10 มกราคม 2562) ได้เจอสาวใบเฟิร์นที่มาร่วมงานแถลงข่าว True for All, More 4U สนุกเกินคาด มากกว่าที่คิด ณ โรงภาพยนตร์ IMAX , Icon Cineconic, ศูนย์การค้า ICONSIAM เจ้าตัวเผยว่ามีโอกาสได้เห็นรูปดังกล่าวแล้ว ก็รู้สึกไม่ค่อยดี แต่ไม่ถึงกับโกรธ ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งความแต่อย่างใด

ล่าสุดมีคนตัดต่อรูปเราในเชิงอนาจาร เพราะเราติดอันดับดาราน่า xxx อันดับหนึ่ง ?

ใบเฟิร์น : ใช่ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไปดูมาแล้ว ตลกนะ ขำ เพราะมันใหญ่เกินจริง แต่มันมีหลายอารมณ์ ขำก็ขำ ตกใจ และรู้สึกเป็นสิ่งไม่ควรจริง ๆ แต่เราไม่รู้จะทำยังไงเพราะคนอื่นก็โดน

เรารู้ได้ยังไงว่าเราโดนเอารูปไปตัดแปะ ?

ใบเฟิร์น : เพื่อน ๆ แฟนคลับ เขาส่งมาด้วยความเป็นห่วง อยากให้เราแจ้งความ

เราตั้งใจจะแจ้งความไหม ?

ใบเฟิร์น : จริง ๆ เราก็อยากแจ้งความนะ แต่ด้วยงานและหลาย ๆ อย่าง บางทีเวลาเรามีไม่เยอะ

เราเห็นรูปทีแรก โกรธไหม ?

ใบเฟิร์น : ไม่ถึงกับโกรธ แต่รู้สึกไม่ดี กระดากบ้าง อายบ้าง รู้สึกแย่บ้าง แต่อีกใจมันก็ตลก ทำไปได้ คือมันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ

กลัวจะมีโดนตัดต่อมากกว่านี้ไหม ?

ใบเฟิร์น : นี่หนักแล้วนะ หมดแล้ว ที่ผ่านมาไม่มั่นใจว่าเคยมีมั้ย แต่เพิ่งเคยเห็นครั้งนี้เหมือนกันค่ะ เป็นรูปลามกเลย

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก

มีโดนคนส่งข้อความไดเรกต์แปลก ๆ มาหาไหม ?

ใบเฟิร์น : ก็มีเพราะเฟิร์นเจอไดเรกต์ในไอจีแปลก ๆ มาบ่อยมาก ลามกเหมือนกัน ถามว่ารับมือยังไง เราก็กดลบหมดเลย บล็อกไป

ถ้าเราไม่ดำเนินการ กลัวคนทำจะได้ใจทำต่อไหม ?

ใบเฟิร์น : ไม่รู้ว่าการที่ไปพูดถึงเขา จะทำให้มีคนสนใจมากขึ้นไหม ก็ไม่รู้เลยเพราะเราไม่ได้วางแพลนขนาดนั้น

กลัวไหมอาจจะมีบางคนเชื่อว่าเป็นรูปเราจริง ?

ใบเฟิร์น : ไม่หรอก บางทีหัวเล็กตัวใหญ่ บางทีหน้าลอย

กลัวจะกระทบภาพลักษณ์เราไหมเพราะเราเป็นดารา ?

ใบเฟิร์น : ไม่หรอก เพราะคนเราไม่ได้ไปสนใจดูขนาดนั้น อาจจะมีแค่เฉพาะกลุ่มมากกว่า

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก

ครอบครัวว่ายังไงบ้าง ?

ใบเฟิร์น : ยังไม่มีใครรู้เลย ยังไม่ได้บอกเลย

อนาคตถ้าเขาไม่หยุดทำ เราจะดำเนินการอะไรไหม ?

ใบเฟิร์น : ถ้าไม่เลิกก็คงดำเนินการตามกฎหมาย ค่อย ๆ ดูไป ไม่ซีเรียส

ถามถึงเรื่องที่เพิ่งกลับจากทริปอิตาลีกับครอบครัว ?

ใบเฟิร์น : ก็สนุกค่ะ ไปกับที่บ้าน เหมือนเป็นทริปพักผ่อน พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยว น้องชายอีกคน ก็เป็นเงินครอบครัวค่ะ ไปด้วยกัน จริง ๆ ก็อยากไปเที่ยวด้วยกันเรื่อย ๆ อยู่แล้ว แต่ปีที่ผ่านมาค่อนข้างหนัก และหยุดปีใหม่พอดีก็เลยไปเที่ยว

คนโฟกัสน้องชายเยอะ จะดันเลยไหม ?

ใบเฟิร์น : ไม่รู้เลย น้องคนนี้เหมือนจะอยากเป็นสจวร์ด เขาไม่เคยพูดถึงวงการเลย คือพี่ ๆ ในวงการก็มีพูด ๆ ชวน แต่ไว้เขาอยากทำก็ทำเองแหละ คนมาคอมเมนต์ชม เขาก็ขำ ๆ คือเขาไม่ได้สนใจทางด้านนี้มากกว่า

ขอบุคณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

เอ๋ พรทิพย์ สวยขึ้นมากจน ป๋อ หึง จับผิดถามกลางวงสื่อ มีใครหรือเปล่า !?

เอ๋ พรทิพย์  ป๋อ ณัฐวุฒิ แอบหึงภรรยา เอ๋ สวยขึ้นจนต้องถามขำ ๆ มีใครหรือเปล่า ด้าน เอ๋ โวยคบเป็น 10 ปี

เอ๋ พรทิพย์  เพิ่งจะมาหึง บอกทีนี้จะได้รู้ซึ้ง ถึงตอนที่ตัวเองออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง ตั้งแต่นักแสดงสาว เอ๋  คุณแม่ลูกสองภรรยาคนสวยของพระเอก ป๋อ ณัฐวุฒิ กลับมาหุ่นเป๊ะ แถมยังสวยออร่าจับขึ้นทุกวัน ๆ ก็ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮากันไม่น้อย แถมยังส่งคำชมให้รัว ๆ ว่าสวยขึ้นมากจริง ๆ จนมีข่าวว่า ทำให้คุณสามีแอบหวง ไม่ค่อยอยากให้แต่งตัวสวย ๆ ออกจากบ้านสักเท่าไร เวลาจะไปไหนก็แอบมีสแกนเสื้อผ้าก่อนออกจากบ้านด้วย

ล่าสุด (9 มกราคม 2562) ที่ยกครอบครัวมาออกอีเวนต์กันทั้งบ้าน สาวเอ๋ ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ด้วยว่า เรื่องสวยขึ้นคือผู้หญิงทุกคนก็อยากใส่เสื้อผ้าสวย ๆ อย่างเราพออ้วนปุ๊บ จะรู้สึกเหนื่อยวิ่งตามลูกไม่ทัน ไหนเราอยากจะใส่ชุดนั่นนี่อีก แต่ใส่ไม่ได้เลย ต้องดูแลตัวเองนิดหนึ่งมันเพื่อตัวเราเองด้วย และก็อยากให้สามีเห็นอะไรที่เจริญหูเจริญตา คือเราก็ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย ไม่อยากดูไม่ได้ เป็นยายเพิ้ง ถึงเขาจะบอกไม่เป็นไร แต่เขาก็ชอบแบบนี้มากกว่า

โดยเจ้าตัวเผยต่อว่า เวลาเขาชมเราก็ชอบ แต่มันก็จะมีอะไรบางอย่างตามมาหลังจากคำชม แต่งงมาก คือเราคบกัน 10 กว่าปีแล้ว ไม่เคยได้ยินจากปากพี่ป๋อว่า ถามจริงมีใครหรือเปล่า ซึ่งความจริงไม่ได้คุยกับใคร แต่กำลังท่องโลกออนไลน์อยู่ เพราะลูกหลับแล้ว คือสามารถขอดูได้เลย เอ๋ไม่มีประวัติเสียหาย คนมีลูกแล้วและมีสามีที่ทุกคนรู้จักจะไปมีใครได้

เอ๋ พรทิพย์

ถามว่ารู้สึกยังไงที่เขาหึงขนาดนี้ จริง ๆ ตนไม่ได้ภูมิใจที่สามีหึง แต่สมน้ำหน้า ผู้ชายต้องได้รับรู้ถึงความรู้สึกแบบนี้บ้าง อย่างเวลาผู้ชายออกไปเที่ยวข้างนอกหรือเล่นโทรศัพท์ ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงจะถามคุยกับใคร แต่เอ๋ไม่เคยถามเขา เมื่อก่อนเป็น แต่ตอนนี้ก็เลยบอกว่าสมัยก่อนเป็นยังไง พี่ก็รู้สึกไม่ต่างกับเอ๋หรอก รู้สึกบ้างก็ดี

ด้าน ป๋อ เผยว่า เหมือนได้ภรรยาใหม่ชัด ๆ ตนมองว่าเอ๋กำลังส่งต่อข้อความถึงทุกคนว่า เวลาแต่งงานมีครอบครัวก็อย่าปล่อยตัวนะ คุณผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเองด้วย เพราะผู้ชายจะได้รู้สึกว่าสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เหมือนมีภรรยาใหม่ตลอดเวลา แต่เวลางด อาหารก็อย่าไปเครียด เพราะเขาจะอารมณ์เสีย

ส่วนเรื่องที่ถามเอ๋มีใครไหม คือบางทีผมก็คิดสวยเกินไปหรือเปล่า กดไลน์คุยจังเลย ตอนกลางคืนคุยกับใคร ทำไมโทรศัพท์แล้วต้องเดินไปคุยในห้องเงียบ ๆ ตนก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แล้วเขาอาจจะมีความลับกับเพื่อนผู้หญิงอยู่กำลังเมาต์กันหรือเปล่า เราก็ไม่รู้ คือเขาสวยขึ้น แถมมีคุยงึม ๆ งำ ๆ ตอนดึก ๆ เราก็ถามตลก ๆ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่

ส่วนเรื่องแพลนมีทายาทคนที่สามที่ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าอยากได้ลูกสาวนั้น ทาง เอ๋ เผยว่า ก่อนหน้านี้ก็มีวางแผนว่าอยากมีลูกสาว แต่พอเรามีเป็นผู้ชายทั้งคู่ ตอนนี้ก็รู้สึกเหนื่อยมาก เลี้ยงลูกมันเหนื่อย เลยตกลงกันว่าจะมีแค่ 2 คน พอแล้ว ด้าน ป๋อ เผยว่า หลายคนก็เชียร์ให้มี แต่เราก็คิดว่า 2 คนพอแล้ว มีลูกมันแพงด้วย ค่าใช้จ่ายเยอะ อย่างตอนนี้เราก็ให้เขาเต็มที่ได้เลย 2 คน แต่ถ้ามากไปกว่านี้มันจะไม่ได้ จะเป็นการเพิ่มภาระมากกว่า

เอ๋ พรทิพย์

ขอบคุณอแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

ใบเตย อาร์สยามเปรยอยากมีครอบครัว รอแมนขอ-หลังแต่งไม่ลดดีกรีเซ็กซี่

ใบเตย อาร์สยาม ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยอันนี้คอนเฟิร์มเอง ตอนนี้คือคุกเข่าเมื่อไหร่พร้อมเสมอ

ใบเตย อาร์สยาม ลูกทุ่งสาวสุดแซ่บ ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน แย้มถึงความรักกับแฟนหนุ่ม ‘แมน-พัฒนพล’ ที่สุกงอมพร้อมจะลั่นระฆังวิวาห์แล้ว

จากนั้นเผยอีกว่า “เราก็คบกันมานานขนาดนี้แล้ว เรามีคุยกันตลอดว่ารอให้พร้อมนะ ขอเวลาจัดการเรื่องนั้นเรื่องนี้ อย่างใบเตยเองก็ขอรับปริญญาให้เสร็จ”

ใบเตย อาร์สยาม

จบปีนี้รับปีนี้ใช่ไหม “ใช่ ก็จะรับเดือนมิถุนายน ชีวิตก็ตามสเต็ป เราก็อยากวางให้มันถูกทำนองคลองธรรม รับปริญญาให้เสร็จค่อยแต่ง ถามว่าอยากแต่งงานหรือยัง อยากแต่งแล้ว รู้สึกเหนื่อยแล้ว รู้สึกอยากหยุดทำงานในวงการ อยากมีครอบครัว ไปดูแลครอบครัวแล้ว”

ได้ฤกษ์แต่งหรือยัง “ยังๆ คือเรายังไม่ได้ถึงอะไรขั้นนั้น แค่คุยกันคร่าวๆ ว่าถ้าเป็นปีนี้ขอก่อนไหม ปีถัดไปค่อยแต่งอะไรแบบนี้ คือเราไม่รู้หรอกว่าเขาจะขอจะเซอร์ไพรส์เราอย่างไร เดือนไหน เรากะไม่ได้”

เขาติดเรื่องสินสอดใช่ไหม “ใช่(หัวเราะ) คือเราก็มีคุยเรื่องนี้กับเขาบ่อย แล้วเขาก็มีคุยกับเพื่อนเขาด้วยว่าอยากแต่งแล้ว อยากมีลูกแล้ว”

แล้วเรื่องสินสอดล่ะ ต้อง 10 ล้าน ตามที่เคยแซวพี่แมนไหม “ต้องเอามาให้ถึงนะ(หัวเราะ) ไม่หรอก เอาจริงๆ ตอนนี้เราก็มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว อย่างหนูและพี่แมนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ถ้าถามจริงๆ บ้านจะอยู่หลังไหนก็ได้ แต่ถ้าแต่งอาจจะซื้ออีกหลังเป็นเรือนหอ ก็มีคุยๆ กับพี่แมนอยู่เหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้เป็นเรื่องของงานแต่งให้ผ่านไปก่อน ก็คุยปรึกษาน้องขนมจีน กุลมาศ เขาก็บอกว่ามันยากนะเรื่องแต่งงานโดยเฉพาะเรื่องแจกการ์ดหนักสุด มันต้องเตรียม งานเยอะ เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสได้แต่งจริงๆ ในเร็วๆ นี้มันก็คงต้องเตรียมงานกันเยอะ และตัวหนูและพี่แมนแขกหนัก มีเยอะมาก”

ควงกันไปงานแต่งหลายงาน มีคิดไหมว่างานเราจะจัดอย่างไร “โอ้โห อันนี้มีวาดฝันไว้เยอะมาก เพราะว่าเป็นคนอลังอยู่แล้วในชีวิต และเป็นคนที่ชอบจัดงานอะไรแบบนี้อยู่แล้ว และในความเป็นใบเตย ทุกอย่างมีการซัพพอร์ตอยู่แล้ว ทั้งสถานที่ ชุดแต่งงาน ชุดเจ้าสาว คือมีคนคอยช่วยตรงนี้เยอะมาก สบายมากถ้าเราแต่ง แทบไม่ต้องเสียอะไรเลย”

ใบเตย อาร์สยาม

เริ่มตื่นเต้นไหม เพราะดูเหมือนพี่แมนก็กระทุ้งบ่อย “ไม่หรอกเราก็เฉยๆ แต่งก็ดี เราน่าจะตื่นเต้นเรื่องการเตรียมงานมากกว่า ว่าจะใส่ชุดอย่างไร เพื่อนเจ้าสาวต้องกี่คน ที่มองๆ ไว้มีเพื่อนเจ้าสาวเกือบหนึ่งร้อยคนแล้วตอนนี้ รับรองว่าเราคงจะแซ่บตั้งแต่วันสละโสดแน่นอน คือเราสายนี้อยู่แล้ว เราเต็มที่ และเพื่อนๆ ก็เป็นสายปาร์ตี้ สายงานแบบนี้ทั้งหมด”

เรามั่นใจขนาดไหน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวรักๆ เลิกๆ มาตลอด “โห เราก็อยู่กันมานานแล้ว ปีหน้าก็ปีที่ 6 ซึ่งมันก็ระดับหนึ่งแล้ว คือถ้าปีหน้า มันโอเค เราก็พร้อมแล้วล่ะ เพราะเรารู้สึกว่าทุกวันนี้ศิลปินที่แต่งงานแล้วไม่ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้ บางทีแต่งแล้ว มีลูกแล้วมันดีกว่าเดิม ก็มีเยอะแยะที่มีให้เห็น เราก็อยากให้มันสบายๆ ไปดีกว่า ให้มันเป็นไปตามสเต็ปธรรมชาติ แต่งก็คือแต่ง แต่งก็มีจัดงาน มีลูก ตามสเต็ป”

ถ้าแต่งแล้วจะเซ็กซี่น้อยลงไหม “ไม่เกี่ยวเลย มันจะลดต่อเมื่อมีลูกอันนั้นแน่นอน คือถ้ามีลูกเราพร้อมที่จะลดเซ็กซี่นะ เดี๋ยวนี้แม่ๆ ก็ดูแลตัวเองกันดีระดับหนึ่ง แล้วเราเองก็เป็นคนตัวเล็ก เชื่อว่าหุ่นกลับมาดีเร็วแน่นอน”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…