อั้มพัชราภา โดนหลอกจนเข็ด ทักแชทยืมเงินครั้งละเป็นล้าน อ้างจ่ายหนี้-ช่วยชีวิตสัตว์

อั้มพัชราภา โดนหลอกจนเข็ด ทักแชทยืมเงินครั้งละเป็นล้าน อ้างจ่ายหนี้-ช่วยชีวิตสัตว์

หลังจากที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการช่วยอุดหนุนกระเป๋าผ้าของแฟนคลับรายหนึ่งในโลกโซเชียล เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกน้อยที่กำลังป่วย จนหลายคนต่างพากันชื่นชมในความมีน้ำใจของเจ้าตัว ที่ไม่ปล่อยผ่านคอมเมนต์เล็กๆ ของแฟนคลับที่ติดตามอินสตาแกรม

โดยล่าสุด อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงกระแสข่าวดังกล่าว บาคาร่า ในงาน Forever Young Secret ครบรอบ 10ปี The Klinique ซึ่งเธอเผยว่า จริงๆ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติมากๆ

และไม่ได้มีอะไรใหญ่โต เพราะถ้าหากเรื่องไหนที่เธอสามารถช่วยได้เธอก็จะช่วย อีกทั้งคอมเมนต์ดังกล่าวก็เป็นคอมเมนต์ที่เธอบังเอิญเห็นพอดี เนื่องจากปกติแล้วจะไม่ค่อยมีเวลามานั่งอ่านสักเท่าไหร่

พร้อมกันนั้น อั้ม พัชราภา ยังเผยต่อว่า ทุกวันนี้ก็ยังมีคนทักไดเรกต์อินสตาแกรมเพื่อขอความช่วยเหลือด้านการเงินกับเธอตลอด ทั้งการชำระหนี้บัตรเครดิต ไปจนถึงปัญหาทางบ้าน ซึ่งเธอเองก็รู้สึกว่า เธอคงไม่สามารถมอบความช่วยเหลือให้กับทุกคนหรือกับทุกปัญหาได้

“เป็นความบังเอิญค่ะ ปกติก็ไม่ได้อ่านตลอดหรอก คือมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เรื่องปกติค่ะ (ยิ้ม) คืออั้มไม่ได้ตามอ่านตลอด แต่ถ้าเห็นและอั้มสามารถช่วยได้อั้มก็ช่วย อย่างคนทักมาขอยืมเงินอั้มก็ไม่ให้ ซึ่งเรื่องพวกนี้จะมีคนคอยช่วยดูแลให้อั้มอยู่แล้ว บางคนยืมเงินเยอะมาก หลักล้านก็มี จริงๆ ถึงเป็นหลักหมื่นอั้มก็ไม่ให้ ถ้าเป็นเรื่องการยืมเงินนะคะ”

“แต่ถ้าเป็นการขอความช่วยเหลืออย่างเช่น จะนำไปช่วยคนหรือนำไปช่วยสัตว์ อันนี้อั้มโอเคนะคะ เพราะอั้มสามารถจ่ายกับทางโรงพยาบาลโดยตรงได้ แต่ถ้าจะมาขอยืมเงินโดยให้โอนเข้าบัญชีตัวเองอั้มไม่ทำค่ะ”

ส่วนใหญ่คนที่ทักมาขอยืมเงินเขาจะพูดถึงเรื่องอะไร ?
“อั้มจำไม่ค่อยได้นะคะ แต่ก็จะมีทั้งเรื่องติดหนี้บัตรเครดิต เรื่องมีปัญหากับทางบ้าน ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับอั้ม แต่ทุกครั้งที่มีเรื่องแบบนี้เข้ามา อั้มจะต้องขอให้เพื่อนอั้มเป็นคนช่วยเช็ก เนื่องจากว่าอั้มเป็นคนขี้ใจอ่อน โดยจะให้เพื่อนโทรไปถามคนที่ทักมาขอความช่วยเหลือเพื่อดูว่า เขามีความพยายามแค่ไหนในการจัดการปัญหา อย่างเช่น น้องหมาป่วย ถ้าเขาพยายามรักษา แต่ไม่มีเวลาพาไปหาหมอ มีปัญหาเรื่องการเดินทาง โอเคอั้มก็จะส่งรถไปรับน้องและพาน้องหมาไปหาหมอให้ แต่ถ้าเขาไม่พยายามเลยและจะเอาเงินอย่างเดียว อั้มก็คงไม่ไหวค่ะ”

“จริงๆ นะ อั้มโดนหลอกประจำ จนทำให้ช่วงหลังมานี้อั้มต้องขอให้เพื่อนช่วยจัดการตรวจสอบแทน แต่ถ้าเพื่อนใจอ่อนอีก ก็ต้องขอให้พี่ที่ใจแข็งมาช่วยอีกแรง และถ้าสุดท้ายทราบทุกอย่างชัดเจนว่าเขาเดือดร้อนจริงๆ อั้มก็ยินดีที่จะช่วยค่ะ”

เสียใจไหมเวลาที่โดนหลอก ?
“ก็…ไม่ค่ะ แต่ว่าช่วงหลังมานี้อั้มไม่ค่อยโดนหลอกแล้วนะ เพราะจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยตรงเลย แต่ถ้าโรงพยาบาลไหนไม่รับ อั้มก็ไม่อยากจะช่วย เพราะอั้มไม่อยากโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว”

ขออนุญาตถาม จำนวนเงินที่เราโดนหลอกไปมันมีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน ?
“จำไม่ได้แล้วค่ะ นานมากๆ แล้ว เป็นเคสช่วยเหลือสัตว์นี่แหละค่ะ (ยิ้ม)”

ทุกวันนี้มีคนส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือจากเราเยอะไหม ?
“ถ้าหากไปเปิดดูแชทก็มีค่ะ แต่อั้มไม่ค่อยได้เปิดเท่าไหร่หรอก คืออั้มอยากจะบอกว่า อั้มไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องเงินๆ ทองๆ ของใครหรอกนะคะ เพราะอั้มไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะเอาเงินของเราไปทำอะไรบ้าง อาจจะเอาไปทำเรื่องไม่ดี ซึ่งอั้มเองก็ไม่อยากจะมีส่วนร่วม เดี๋ยวจะบาปไปด้วย”

โดยปกติเวลาเราทำบุญหรือช่วยเหลือใครไม่ค่อยออกสื่อ จนมีคนไปทราบเอง ?
“ใช่ค่ะ คืออั้มไม่ชอบเปิดอยู่แล้ว แต่อั้มชอบปิดทองหน้าพระนะ (หัวเราะ) จริงๆ อั้มมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นจะต้องบอกมากกว่า แต่ถ้าหากมีคนรู้เองก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

ปกติเวลาเราจัดสรรเงิน เรามีแบ่งไหมว่าเงินก้อนไหนทำอะไร ก้อนไหนทำบุญ ?
“ก็รวมๆ กันค่ะ เรื่องทำบุญ ทำได้เรื่อยๆ”

ล่าสุดเห็นว่าเราเพิ่งจะมีโอกาสได้เจอกับไฮโซพก ?
“เป็นเพื่อนกันค่ะ ก็ไปด้วยกันปกติ คืออั้มไปถึงก่อน และก็มีเพื่อนตามไปช่วงค่ำๆ อีกอย่างถ้าเราจะไปกันสองคนมันก็คงไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะเรารู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะว่าคนจะมองปากแข็ง คือนิสัยของอั้มถ้าหากมีอะไรอั้มก็บอกหมดอยู่แล้ว เราเป็นแค่เพื่อน แต่ถ้ามีอะไรคืบหน้าเดี๋ยวอั้มบอก ส่วนเรื่องไปไหนมาไหนสองคน เราไปกันบ่อยค่ะ”

วันนี้ไฮโซพกเขาจะออกงานด้วย ได้คุยกันก่อนไหมว่าจะพูดอะไรยังไงบ้าง ?
“เมื่อวานเขาบอกแล้วค่ะว่าจะไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องส่วนตัว อั้มคิดว่าเขาคงไม่ได้พูดอะไรหรอกค่ะ นอกจากเรื่องธุรกิจของเขา”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนยังจับตาเรากับไฮโซพก ทั้งที่ยืนยันชัดเจนแล้วว่าเป็นแค่เพื่อน ?
“ปกติค่ะ ถึงแม้เราจะเลิกคุยกันแบบนั้น แต่เราก็ไม่ได้เกลียดกัน เรายังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนปกติได้”

พอกลับมาโสดแบบนี้ เราได้มองถึงเรื่องความรักไว้บ้างไหม หรือไม่อยากมีแล้ว ?
“อยากมี อั้มอยากมี แต่มันไม่มี (ยิ้ม) คือถ้าจะถามอั้มว่า อั้มเคยวาดฝันภาพอั้มในงานแต่งงานไว้ไหม อั้มไม่เคยเลยค่ะ เพราะอั้มไม่ชอบยืนไหว้แขก อั้มไม่อยากทำอะไรที่มันเหนื่อย อั้มกลัวเหนื่อย แต่อั้มก็อยากมีคู่นะ แค่อั้มไม่เคยวาดฝันถึงภาพอั้มยืนรอรับแขกในงานแต่งตัวเอง อั้มไม่อยากยืนใส่ส้นสูงนานๆ ปวดเท้า”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *